การประเมินข้อมูลสารสนเทศ

การประเมินข้อมูลสารสนเทศ

การตัดสินใจ ตีความ สรุปข้อมูล วิเคราะห์ถึงความถูกต้อง ความเหมาะสม ความต้องการ และการเลือกข้อมูลและสารสนเทศมาใช้”

เอกภพ อินทรภู่ (ออนไลน์ : 75-85) ได้สรุปหลักทั่วไปในการประเมินสารสนเทศจากอินเตอร์เน็ต ไว้ว่า

กระบวนการประเมินสารสนเทศ

ปัจจุบันสารสนเทศที่มาจาก Internet มีมากมายหลายหลาก ใคร ๆ ก็นำสารสนเทศขึ้นใส่ไว้บน Internet ได้ โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาตรวจสอบความน่าเชื่อถือ  การใช้ข้อมูลจาก Internet จึงต้องใช้อย่างระมัดระวังโดยเฉพาะในเรื่องของความถูกต้อง โดยอาศัยกระบวนการ 3 ขั้นตอน ดังนี้

กระบวนการประเมินสารสนเทศ (ที่มาของภาพ เอกภพ อินทรภู่, ออนไลน์ : 75
เข้าถึงจาก http://www.teacher.ssru.ac.th/aekkaphob_in/file.php/1/PDF_Unit5.pdf)

ประเมินสารสนเทศ

หลักการประเมินสารสนเทศ มีหลักที่ควรพิจารณา ดังนี้

1. พิจาณาว่าเป็นเรื่องที่เราตรงกับความต้องการของเราที่แท้จริง เลือกเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราศึกาาเท่านั้น เช่น อ่านชื่อเรื่อง อ่านคำนำ สารบัญ หรือเนื้อเรื่อย่อๆ

2. พิจารณาว่าเป็นสารสนเทศที่มีความน่าเชื่อถือ โดยพิจาณาจากประเด็นต่อไปนี้

  • แหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น จากห้องสมุด
  • ทรัพยากรสารสนเทศที่น่าเชื่อถือ เช่น บทความที่ได้จากวราสารวิชาการ
  • ผู้เขียนมีคุณวุฒิ ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์สอดคล้องกับเรื่องที่เขียน

3. เนื้อหาสารสนเทศว่าอยู่ในระดับใด

  • สารสนเทศปฐมภูมิ (Primary Information) มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด เนื่อจากเป็นสารสนเทศที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าโดยตรงของผู้เขียน และตีพิมพ์เป้นครั้งแรก สารสนเทศประเภทนี้ถือว่ามีความน่าเชื่อถือควรนำมาอ้างอิงมากที่สุด
  • สารสนเทศทุติยภูมิ (Secondary Information) เป้นการนำสารสนเทศปฐมภูมิมาเขียนใหม่มาเขียน เรียบเรียงใหม่ให้เข้าใจง่าย เหมาะสมกับผู้ใช้งานหรือเป็นเครื่องมือช่วยค้นหรือติดตาม เช่น บทความวราสาร บทคัดย่องานวิจัย เป็นต้น
  • สารสนเทศตติยภูมิ (Tertiary Information) เป้นการชี้แนะแหล่งสารสนเทศ 2 ระดับแรก ที่ไม่ได้ให้เนื้อหาโดยตรง เช่น บรรณานุกรม ดรรชนีวราสาร วราสารสาระสังเขป

การวิเคราะห์สารสนเทศ

กระบวนการแยกแยะสารสนเทศที่สำคัญและสอดคล้องกับเรื่องที่ต้องการออกเป็นกลุ่มๆ วิธีการคือ นำสารสนเทศที่ผ่านการประเมินแล้วว่าสามารถนำมาใช้งานได้จริงมาแยกแยะตามหัวข้อ หรือประเด็นย่อยที่มีความสอดคล้อง โดนบันทึกเนื้อหาของสารสนเทศกับประเด็นย่อยต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันและนำมาจัดกลุ่มตามประเด็นย่อยๆ เพื่อการใช้งานต่อไป

หลักการวิเคราะห์สารสนเทศ (dpu.ac.th ,ออนไลน์  : 5)

  1. สารสนเทศประเภทสิ่งพิมพิให้ตรวจสอบรายละเอียดทางบรรณานุกรม เช่น ประเภทสิ่งพิมพ์ ชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง ชื่อบทความ ภาษา ปีที่พิมพ์ หัวเรื่อง และคำสำคัญ เป็นต้น
  2. สารสนเทศที่ได้จากข่าวหนังสื่อพิมพ์ ตรวจสอบหัวข้อข่าวที่เด่นที่สุด เนื่อเรื่องตรงกับวัตถุประสงค์ของหน่วยงานหรือไม่
  3. สารสนเทศที่ได้จากการสืบค้นฐานข้อมูล ตรวจสอบรายละเอียดบรรณานุกรม คำสำคัญ สาระสังเขป
  4. สารสนเทศที่ได้จากเว็บไซต์ ตรวจสอบว่าเนื้อหาถูกต้องหรือไม่ และมีความน่าเชื่อถือหรือไม่เพียงใด หน่วยงานใดรับผิดชอบ วันที่ปรังปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อใด

การสังเคราะห์สารสนเทศ

การกลั่นกรองและสรุปรวมให้เป็นประเด็นเดียว โดยการปรับโครงร่างใหม่ วิธีการคือ จัดกลุ่มสารสนเทที่มีแนวคิดเดียวเอาไว้ด้วยกัน แล้วนำสารสนเทศที่มีแนวคิดเดียวกันมาจัดกลุ่มอีกครั้ง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ตามลำดับขั้น แล้วนำเสนอรูปลักษณ์ที่มีการปรับเค้าโครงใหม่ทั้งหมด

หลักการสังเคราะห์สารสนเทศ (dpu.ac.th ,ออนไลน์  : 5)

  1. คัดเลือกสารสนเทศ วิเคราะห์ เนื้อหา กำหนดขอบเขตและขั้นตอนการนำเสนอสารสนเทศ
  2. รวบรวมสารสนเทศตนฉบับที่มีการอ้างอิงรายการทางบรรณานุกรมอยางถูกต้อง
  3. เขียนตามแผนที่กำหนดอย่างสร้างสรรค์ และใช้ส้านวนของตนเองด้วยภาษาที่ถูกตอง
  4. ประเมินผลด้วยตัวเองพร้อมรับฟังข้อวิจารณ์เพื่อปรับปรุงแก้ไข และสร้างสรรค์งานใหม่

จากการประเมินโครงร่างที่ได้ทำขึ้นว่าสามารถตอบคำถามได้ครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ครบถ้วนก็ให้กลับไปเริ่มที่กระบวนการสืบค้นใหม่

1. หลักทั่วไปในการประเมิน สารสนเทศจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีหลักทั่วไปในการประเมิน ดังนี้

1.1 ขอบเขต (Scope) พิจารณาว่าเนื้อหาที่บรรจุในเว็บไซต์เกี่ยวกับวิชา  ระยะเวลาของเหตุการณ์หรือเนื้อหา รูปแบบหรือประเภทของวัสดุสารสนเทศ หรือพิจาณาได้จาก

  • หัวเรื่องกว้างๆ ที่ครอบคลุม
  • หัวเรื่องเฉพาะเจาะจง หรือรายละเอียดของเนื้อหาที่ลึกลงไป
  • ระยะเวลา
  • รูปแบบ (Format) ได้แก่ ประเภทของทรัพยากรสารสนเทศจากอินเทอร์เน็ต เช่น เทลเน็ต โกเฟอร์ หรือ FTP เป็นต้น

1.2 เนื้อหาสารสนเทศที่บรรจุ (Content) ว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือการแสดงความคิดเห็น เว็บไซต์ที่ให้สารสนเทศที่เป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องและมีประโยชน์ ซึ่งการเชื่อมโยงอาจไม่ตรงกับความต้องการสำหรับผู้ใช้บางคน หรือใช้ระโยชน์ได้น้อย ซึ่งมีองค์ประกอบสำหรับพิจารณษร่วมด้วยคือ

  • ความถูกต้อง ควรตรวจสอบความถูกต้องโดยเปรียบเทียบกับแหล่งอื่นๆ หรือจากความรู้ของผู้ค้นคืนหรือผู้เชี่ยวชาญ
  • ความน่าเชื่อถือ สารสนเทศหรือเว็บไซต์นั้นจัดทำโดยบุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับหรือมีการสนับสนุน ผู้เขียนมีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้นหรือไม่ มีหลักฐานอ้างอิงหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ ผู้จัดทำให้ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ไว้
  • ความปัจจุบัน ระยะเวลาของการปรับปรุง แก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลบ่อยเพียงใด โดยพิจารราจากวันที่ระบุไว้
  • ความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ควรมีข้อเด่นกว่าเว็บไซต์อื่นๆ เช่น มีเนื้อหาเพิ่มเติมหรือใหม่กว่า ความซ้ำซ้อนของข้อมูลควรพิจารณาด้วยว่าบางเว็บไซต์อาจไม่มีรายละเอียดที่ต้องการเพียงพอ จึงควรดูจากเว็บไซต์อื่นๆ ร่วมด้วย
  • การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับเว็บไซต์ที่เลือกใช้ ถ้ามีการปรับปรุงหรือติดตามความเคลื่อนไหวของเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงไว้อย่างสม่ำเสมอและสามารถใช้การได้ รวมทั้งเชื่อมดยงไปยังเว็บไซต์ที่มีประโยชน์และเกี่ยวข้อง
  • คุณภาพของการเขียน การใช้ภาษาที่ดี ได้แก่ ความถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ ความสละสลวยจัมีส่วนช่วยให้การสื่อสารที่ชัดเจน เข้าใจตรงกัน

1.3 การออกแบบการนำเสนอ (Graphic and Multimedia Design) ควรมีภาพ เสียง ตัวอักษร และภาพเคลื่อนไหวได้ จะทำให้ได้รับความสนใจมากขึ้น

1.4 เป้าหมาย (Purpose) ในการนำเสนอสารสนเทศมีเป้าหมายอะไร ต้องระบุให้ชัดเจน ต้องการนำเสนอให้กับใครที่จะเป็นผู้ใช้สารสนเทศ เช่น ผู้ที่มความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขา บุคคลทั่วไป นักเรียน หรือนักศึกษา เป็นต้น

1.5 บทวิจารณ์ (Review) พิจารณาจาการวิจารณ์ของบุคคลอื่นๆ ที่มีต่อเว็บไซต์นั้นๆ ว่ามีอย่างไร เหมาะสมหรือไม่ หรือข้อดีข้อเสียอย่างไร

1.6 ความสามารถในการทำงาน (User Friendliness) เว็บไซต์มีความสะดวกและสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิผล ผู้ใช้ได้สารสนเทศที่แตกต่างจากสารสนเทศที่อยู่ในรูปแบบสิ่งพิมพ์ พิจารณาจาก

  • ง่ายต่อการใช้งาน เช่น มีคำสั่งในการใช้งานชัดเจน ช่วยให้สารสนเทศที่ต้องการ มีเนมูช่วยค้นคืน การแสดงผลหน้าจอที่ง่ายต่อการอ่าน เป็นต้น
  • ความต้องการด้านสภาวะแวดล้อมของระบบคอมพิวเตอร์ สารสนเทศบนเว็บไซต์สามารถเข้าใช้โดยใช้อุปกรณ์และซอฟแวร์ตามมาตรฐานที่มีอยู๋หรือไม่ ต้องใช้ซอฟแวร์พิเศษในการเข้าถึง ต้องมีรหัสผ่านหรือไม่ ดังนั้นจึงควรติดตั้งโปรแกรมเรียกดูที่เหมาะสมไว้ รวมทั้งภาพ และมัลติมีเดีย
  • การค้นคืน มีการจัดทำเครื่องมือการค้นคืนที่อำนวยความสะดวก มีเครื่องมือช่วยค้นรูปแบบใดบ้าง
  • ความสามารถในการเรียกดูและระบบการจัดเก็บ มีระบบจัดเก็บที่เหมาะสม เช่น สามารถเรียกดูทั่วไปได้ตามลำดับอักษร หรือตามลำดับเหตุการณ์ เป็นต้น
  • การติดต่อ สามารถติดต่อเว็บไซต์โอยอุปกรณ์และซอฟแวร์พื้นฐานได้ ต้องการรหัสผ่าน หรือการเชื่อมโยงผ่านเครือข่าย สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ง่าย มีการเข้าถึงได้รวดเร็ว

1.7 ค่าใช้จ่าย (Cost) ปัจจุบันสารสนเทศที่ค้นคืนจากอินเตอร์เน็ตส่วนมาจะให้บริการฟรี  อย่างไรก้ตามค่าใช้จ่ายมีความสำคัญมาก ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการติดต่อเพื่อการเข้าถึงแหล่งสารสนเทศ เช่น การใช้บริการออนไลน์ของห้องสมุด ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายที่คิดจากผู้ใช้บริการ

2. การประเมินเว็บไซต์ ต้องพิจารณาถึงผู้ใหการสนับสนุนในการจัดทำเว็บไซต์ พิจารณาได้จากข้อมูลที่มีให้ไว้ในส่วนที่เกี่ยวกับเว็บไซต์ (about us) ของเว็บไซต์ หรือข้อมูลที่คล้ายคลึงกันว่ามีความน่าเชื่อถือหรือเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปหรือไม่ มีการระบุวัน เดือน ปี ในการปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุดหรือไม่ หลักการพิจารณาผลการค้นคืนที่ได้

2.1 URL 

2.1.1 ก่อนที่จะออกจากรายการที่ค้นคืนได้ หรือตัดสินใจเลือกเว็บไซต์ให้พิจารณา URL อื่นๆ ด้วยเพราะอาจมีสารสนเทศที่ตรงกับความต้องการ

2.1.2 ติดสินใจเลือกเว็บไซต์ที่ต้องกับความต้องการมากที่สุด พิจารณาเกี่ยวกับ

  • ผู้รับผิดชอบในการสร้างเว็บเพจ โดยพิจารณาที่ URL ดูชื่อผู้สร้าง จำนวนผู้เข้าใช้ โดยดูจากกลุ่มชื่อโดเมน เช่น .com ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
  • พิจารณาชื่อโดเมนว่าอยู่กลุ่มใด เพื่อความเหมาะสมกับเนื้อหา เช่น

– สถาบันการศึกษา (.edu) หน่วยงาน

– หน่วยงานไม่หวังผลกำไร (.org)

– หน่วยงานทางการค้า (.com)

– หน่วยงานรัฐบาล (.gov)

  • หน่วยงานที่เป็นผู้จัดทำตามที่ระบุไว้นั้นมีอยู่จริง พิจารณษหน่วยงานใดจัดทำ หรือเป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์เครือข่าย (Sever) โดยพิจารณาจากชื่อที่เป็นส่วยแรกของ URL ที่อยู๋ต่อจาก http:// www. …..

2.2 พิจารณาขอบเขตเนื้อหาโดยรวมของเว็บไซต์

  • พิจารณาจากหัวข้อเกี่ยวกับเว็บไซต์ (About us) ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ที่อยู่ที่สามารถติดต่อกลับได้
  • พิจารณา วัน เดือน ปี ที่ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด ความทันสมัยและความเป็นปัจจุบันที่สุด แสดงถึงว่ายังมีผู้รับผิดชอบอยู่ มีความทันสมัยในการปรับปรุงข้อมูลขึ้นอยู่กับความต้องการข้อมูลของผู้ค้นคืนด้วย ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด ใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่เกิดขึ้นต้องพิจารณษอย่างรอบคอบ
  • ผู้เขียนมีความรู้ในเรื่องที่เขียนหรือไม่ เป็นที่ยอมรับทั่วไป พิจารณษด้านการศึกษา ความเชี่ยวชาญสามารถดูจากข้อมูลที่ให้ไว้กับผู้เขียนหรือจากเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือ บทความวารสาร เป็นต้น

2.3 พิจารณาเนื้อหาและคุณภาพของสารสนเทศ

  • การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณษว่าเป็นงานประเภทใด สามารที่นำเสนอ การเสนอความคิดเห็นโดยปราศจากอคติ สามารถใช้เป็นข้อมูลในการนำไปเปรียบเทียบกับเว็บไซต์อื่นๆ ที่ค้นคืนได้พร้อมๆ กัน
  • การทำเชิงอรรถ หรือการเชื่อมโนงไปยังเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ประเภทของเอกสารหรือเว็บไซต์ว่าเป็นเนื้อหาด้านบันเทิงหรือวิชาการ
  • พิจารณาผู้จัดทำ ถ้าเป้นการนำบทความวราสาร หนังสือพิมพ์ และสิ่งพิมพ์ต่างๆมาเสนอใหม่ควรมีที่มาจากสำนักพิมพ์ที่จัดพิมพ์ต้นฉบับ มีการอนุญาตยินยอมให้นำมาจัดทำได้ในรูปแบบเว็บไซต์ พิจารณาจากการบอกถึงการมีลิขสิทธิ์ที่ปรากฏอยู๋ด้านล่างของเพจหรือหน้าเอกสาร

2.4 พิจารณาสารสนเทศที่นำเสนอ

  • เว็บไซต์ที่เชื่อมโยง ขอบเขตของเนื้อหา
  • สารบบเรื่อง หรือดรรชนีที่ปรากฎอยู่ในแต่ละเว็บไซต์ ว่าเสนอเนื้อหาและเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง เช่น ผู้เขียน ผู้จัดพิมพ์ เป็นต้น
  • ผู้เขียน โดยค้นคืนข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เขียนจากแหล่งข้อมูลต่างๆเพื่อประกอบการพิจารณา

2.5 พิจารณาอื่นๆ

  • สิ่งที่ได้จากเว็บไซต์ ข้อพกพร่องที่พบ ถ้ามีข้อสงสัยควรสอบถามความคิดเห็นเพื่อขอความช่วยเหลือ เช่น อาจารย์ผู้สอน บริการตอบคำถามที่คุ้นเคยกับการใช้บริการ เป็นต้น
  • ผลดีผลเสียที่ได้รับจากเว็บไซต์
  • นำเสนอสารสนเทศที่ตรงกับความต้องการในการทำวิจัยอย่างแท้จริง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เอกภพ อินทรภู่. การประเมินสารสนเทศ. เข้าถึงเมื่อ 23 กรกฎาคม 2560. เข้าถึงจาก http://www.teacher.ssru.ac.th/aekkaphob_in/file.php/1/PDF_Unit5.pdf

dpu.ac.th. การประเมินสารสนเทศ. เข้าถึงเมื่อ 23 กรกฎาคม 2560. เข้าถึงจาก http://www.dpu.ac.th/laic/kminternal/wp-content/uploads/2015/02/บทที่-1-การประเมินสารสนเทศ1.pdf

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *