การสร้างสรรค์ข้อมูล

การสร้างสรรค์ข้อมูล

“การนำข้อมูลและข่าวสารที่ได้มาใช้ เรียบเรียง ดัดแปลง ออกแบบขึ้นมาใหม่ สร้างใหม่เพื่อความต้องการ”

กล่าวคือ เราได้ข้อมูลหรือสิ่งเราได้ประเมินมาแล้วว่าเราสามารถนำไปใช้ได้ ถูกต้องตามรายวิชาที่กำหนด ความสามารถในการใช้สารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนสามารถใช้สารสนเทศใหม่ผนวกกับสารสนเทศที่มีอยู่ในการวางแผนและสร้างผลงาน หรือการกระทำตามหัวข้อที่กำหนดทบทวนกระบวนการ พัฒนาการผลิตผลงานของตนเอง และสามารถสื่อสารหรือเผยแพร่ผลงานของตนเองต่อบุคคลอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สสวท. (ออนไลน์) ได้ให้ความหมายของการสร้าง (Create)  ว่า คือ ความสามารถในการผลิตเนื้อหาและการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพผ่านเครื่องมือสื่อดิจิทัลที่หลากหลาย การสร้างด้วยสื่อดิจิทัลเป็นมากกว่าแค่การรู้วิธีการใช้โปรแกรมประมวลผลคำหรือการเขียนอีเมล แต่มันยังรวมความสามารถในการดัดแปลงสิ่งที่ผู้เรียนสร้างสำหรับบริบทและผู้ชมที่แตกต่างและหลากหลาย ความสามารถในการสร้างและสื่อสารด้วยการใช้ Rich media เช่น ภาพ วิดีโอ และเสียง ตลอดจนความสามารถในการมีส่วนร่วมกับ Web 2.0 อย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ เช่น Blog การแชร์ภาพและวิดีโอ และ Social media รูปแบบอื่นๆ

การผลิตสารสนเทศจากข้อมูล จะมีขั้นตอนหรือวิธีการต่างๆ ในการปฏิบัติ 9 วิธี (ธีระ แสงศิริ : ออนไลน์) ดังนี้

1. การรวบรวม (Capturing) เป็นการดำเนินการเพื่อรวบรวมและบันทึกข้อมูลให้ อยู่ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อการประมวลผล เช่น การบันทึกไว้ในแฟ้มเอกสาร หรือด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์ การรวบรวมทำได้โดยการสังเกตการสัมพันธ์ การทำแบบสอบถาม การ ทดสอบและการใช้แบบสำรวจ ข้อมูลที่ได้จะต้องมีคุณลักษณะ สำคัญ 2 ประการ คือ ความ ตรงตามความต้องการที่กำหนดไว้ และมีความเชื่อถือได้

2. การตรวจสอบ (Verifying) เป็นขั้นตอนสำคัญในระบบการผลิตสารสนเทศ ทำขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่า ข้อมุลได้รับการรวบรวม และบันทึกเอาไว้อย่างถูกต้อง การตรวจสอบ ข้อมูลเป็นการค้นหา รวบรวมข้อมุลที่ยังมีความผิดพลาดโดยทั่วไป จะกระทำได้ 3 ลักษณะคือ

  • การตรวจสอบความเป็นไปได้ หรือความสมเหตุ สมผลของข้อมูล
  • การตรวจสอบความสอดคล้องกัน
  • ตรวจสอบความสัมพันธ์ของข้อมูล เป็นการตรวจสอบความถูกต้องของ ข้อมูล โดยอาศัยความสัมพันธ์ของข้อมูลเป็นเกณฑ์

3. การจำแนก (Classifying) เป็นการกำหนดหลักการแบ่งประเภทข้อมูล เป็น หมวดหมู่หรือเป็นกลุ่ม ตามคุณสมบัติของข้อมูลในลักษณ์ ที่หมาะสมมีความหมายและเป็น ประโยชน์แก่ผู้ใช้ โดยการกำหนดสิ่งที่เหมือนกันไว้ด้วยกัน

4. การจัดเรียงลำดับ (Arranging) ภายหลังที่มีการจำแนกข้อมูลและการกำหนด รหัสข้อมูลแล้ว จำเป็นต้องจัดวางโครงสร้างของแฟ้มข้อมูล ว่าจะจัดเรียงลำดับระเบียบ ข้อมูลในแฟ้มข้อมูลอย่างไร

5. การสรุป (Summarizing) เป็นการจัดรวบรวมข้อมูลเข้าด้วยกันหรือแบ่ง กลุ่มข้อมูล และรวบยอดของแต่ละกลุ่ม เพื่อเตรียมคำนวณหาค่าดัชนี หรือสารสนเทศในขั้น ต่อไป การสรุปหรือการรวบรวมยอดข้อมูลนี้ มีประโยชน์ในการตรวจสอบความแนบนัย ของ ข้อมูลอีกด้วย

6. การคำนวณ (Calculating) เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะจัดการทำข้อมูลให้เป็น สารสนเทศ ที่อาศัยกระบวนการของคณิตศาสตร์ มาจัดกระทำกับข้อมูล ในรูปความสัมพันธ์ กัน เช่น อัตราส่วน สัดส่วน และเลขดัชนี เพื่อให้ได้สารสนเทศที่มีความหมายตามความต้องการ ของผู้ใช้ที่ได้กำหนดไว้แล้ว

7. การจัดเก็บ (Storing) หลังจากที่ได้คำนวณได้ค่าสารสนเทศหรือดัชนีต่างๆ แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ การจัดเก็บเพื่อการบริการว่าจะต้องจัดเก็บทำข้อมูลพื้นฐานและสารสนเทศที่ ผ่านการจัดกระทำด้วยมือหรือเครื่องคอมพิวเตอร์

8. การเรียกใช้ (Retrieving) เป็นกระบวนการค้นหา และดึงข้อมูลที่ต้องการออก จากสื่อ ที่ใช้เพื่อปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน หรือเพื่อให้บริการและคำตอบแก่ผู้ใช้

9. การเผยแพร่ (Disseminating and Reproducing) เป็นเป้าหมายสุดท้าย ของการดำเนินการสารสนเทศ คือ การเผยแพร่สารสนเทศให้กับผู้ใช้ในรูปแบบต่างๆ ทำให้แบบ เอกสาร รายงานหรือการเสนอบนจอภาพ

การเขียนรายงาน

การเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า ที่ได้จากการศึกษาสำรวจค้นคว้า หรือสืบค้นข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้อย่างหลากหลาย และการเขียนขยายความรู้หรือแนวคิดหลักในลักษณะความเรียงที่มีรูปภาพ แผนภาพ ตารางข้อมุลที่มำให้การสื่อสารมีความชัดเจน

โดยทั่วไปก่อนลงมือเขียนรายงานศึกษาค้นคว้าควรร่วมกันกำหนดหัวข้อ สำหรับหัวข้อการเขียนรายงานขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระ จุดประสงค์การเรียนรู้ การศึกษาค้นคว้าและประเด้นสำคัญของการนำเสนอผลการเรียนรู้ ประกอบด้วย

  • การบอกเล่าเหตุการณ์หรือเรื่องราวต่างๆ ที่ได้จากการสืบค้น
  • การเปรียบเทียบเหตุการณ์หรือปรากฎการณ์ต่างๆ
  • การอธิบาย การให้เหตุผล การชี้แจงความเหมาะสมปละสรุปข้อดี ข้อจำกัด
  • การอธิบายความหมาย ขั้นตอนและวิธีการ
  • การสรุปย่อสาระสำคัญจากหนังสือหรือบทความ
  • การรวบรวม เรียบเรียงและบอกความสัมพันธ์
  • การอภิปราย วิเคราะห์เรื่องราว เหตุการณ์และสถานการณ์ตัวอย่าง
  • การสังเคาระห์ความรู้จากข้อมูลที่ค้นคว้าได้
  • การนำกฎ ทฤษฎี หลักการไปประยุกต์ใช้
  • การคาดคะเนเหตุการณ์หรือผลที่คาดหวัง
  • การเสนอวิธีการใหม่ในการแก้ปัญหา
  • การายงานผลจากการปฏิบัติงาน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. การรู้ดิจิทัล (Digital literacy). เข้าถึงเมื่อ 23 กรกฎาคม 2560. เข้าถึงเมื่อ www.nstda.or.th/th/nstda-knowledge/142-knowledges/2632

ธีระ แสงศิริ. การผลิตสารสนเทศจากข้อมูล. เข้าถึงเมื่อ 23 กรกฎาคม 2560. เข้าถึงเมื่อ https://sites.google.com/site/danmakhamtia01/raywicha-thekhnoloyi-sarsnthes/kar-phlit-sarsnthes-cak-khxmul

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *